ข้าว-แป้ง ให้ประโยชน์อะไรต่อร่างกาย
อาหารกลุ่มข้าว-แป้ง เป็นอาหารที่รับประทานในปริมาณมากที่สุด ในบรรดาอาหาร 5 หมู่ของไทย คือ รับประทานวันละ 8-12 ทัพพี ในขณะที่รับประทานพืชผัก 4-6 ทัพพี และเนื้อสัตว์ 6-12 ช้อนโต๊ะ ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ถ้าไม่เกี่ยงเรื่องราคาจะรับประทานอาหารกลุ่มเนื้อสัตว์เป็นหลักไม่ได้หรือ ทั้งที่ได้รสชาติก็อร่อยกว่าและรับประทานครั้งละมาก ๆ จนอิ่มก็ได้ เช่น สเต๊ก ไก่ย่าง และหมูปิ้ง เป็นต้น

อาหารหลัก 5 หมู่
หมู่ 1 เนื้อสัตว์ ไข่ นม ถั่วเมล็ดแห้ง
หมู่ 2 ข้าว แป้ง น้ำตาล เผือก มัน
หมู่ 3 ผักใบเขียว และพืขผักสีต่าง ๆ
หมู่ 4 ผลไม้
หมู่ 5 น้ำมันและไขมัน
อาหารกลุ่มเนื้อสัตว์ มีสารอาหารหลักคือ โปรตีนซึ่งให้ประโยชน์ต่อร่างกายคือ
1.นำไปสร้างส่วนประกอบของร่างกาย ได้แก่ เนื้อเยื่อของอวัยวะต่าง ๆ กล้ามเนื้อ กระดูก และเส้นผม ช่วยในการเจริญเติบโตและซ่อมแซมส่วนที่ชำรุดสึกหรอ
2.นำไปสร้างสารต่าง ๆ เพื่อช่วยในการทำงานของร่างกาย ได้แก่ เม็ดเลือด ฮอร์โมน เอนไซม์ และสารต้านโรค
3.ให้พลังงาน โปรตีน 1 กรัมให้พลังงาน 4 กิโลแคลอรี แต่การนำโปรตีนไปใช้เป็นพลังงานในร่างกายจะเหลือส่วนที่มีไนโตรเจนซึ่งใช้ เป็นพลังงานไม่ได้ ถ้ามีมากเกินไปจะถูกส่งไปให้ตับเปลี่ยนแปลงรูปแบบแล้วส่งให้ไตขับออกจากร่าง กาย ทำให้ตับและไตทำงานมากขึ้นจึงควรนำโปรตีนไปทำประโยชน์ตามข้อ 1 และ 2 ดีกว่า
อาหารกลุ่มข้าว-แป้ง อาหารกลุ่มนี้เป็นแหล่งของ คาร์โบไฮเดรตซึ่งเป็นสารอาหารหลักที่ให้พลังงานแก่ร่างกายคาร์โบไฮเดรต 1 กรัม ให้พลังงาน 4 กิโลแคลอรี เมื่อรับประทานข้าว-แป้งเข้าไป จะเกิดการย่อยในลำไส้เล็ก คาร์โบไฮเดรตถูกย่อยให้มีขนาดเล็กลงจนอยู่ในรูปน้ำตาลกลูโคส read more
บริหารคอ เพิ่มพลัง บรรเทาปวด
อาการปวดเมื่อยบริเวณคอ มักจะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับหลาย ๆ คน โดยอาการดังกล่าวอาจเป็นผลมาจากการทำงาน เช่น นั่งหลังค่อมหดลำคอจ้องจอคอมพิวเตอร์ ก้มหน้าอ่านหนังสือเป็นเวลานาน หรือการเอียงคอเพื่อให้ศีรษะหนีบโทรศัพท์แทนการถือด้วยมือ
พฤติกรรมดังกล่าว หากทำบ่อย ๆ จะส่งเสียต่อกล้ามเนื้อบริเวณคอ และเกิดอาการปวดเมื่อย คุณผู้อ่านจึงควร ลด ละ เลิก พฤติกรรมดังกล่าว และหันมาบริหารคอ เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นบริเวณคอ ตามคำแนะนำต่อไปนี้… ยืดเหยียดคอ -ตั้งคอตรง และเอียงคอลงไปทางซ้ายสลับขวา -หันคอไปทางด้านซ้ายสลับขวา -ตั้งคอตรง เงยหน้าเอียงคอไปข้างหลัง กลับมาตั้งคอตรง และก้มหน้า เอียงศีรษะลงพื้น เสริมความแข็งแรงของคอ -ตั้งคอตรง ใช้ฝ่ามือข้างใดข้างใดข้างหนึ่ง วางที่หน้าผาก ก้มศีรษะไปด้านหน้า โดยให้ฝ่ามือดังกล่าวเป็นตัวต้าน เสริมความแข็งแรงให้คอด้านหน้า -เสริมความแข็งแรงของคอด้านหลัง ด้วยการประสานมือทั้งสองข้างไว้ที่ด้านหลังศีรษะ เงยหน้ากดศีรษะไปด้านหลัง ให้มือทั้งสองออกแรงต้าน -ตั้งคอตรง วางฝ่ามือเหนือใบหู เอนคอไปด้านข้าง ให้ฝ่ามือช่วยต้าน แล้วสลับทำอีกด้าน เพื่อเสริมความแข็งแรงคำด้านข้าง -และเสริมความแข็งแรงให้กับคอด้านข้างในลักษณะหัน ด้วยการวางฝ่ามือที่แก้มใกล้ใบหู ออกแรงหันหน้าต้านฝ่ามือ ทำสลับอีกด้าน ข้อควรรู้ การบริหารคอในท่าต่าง ๆ ข้างต้น ควรทำค้างแต่ละท่าราว 20 วินาที และไม่บริหารคอด้วยความรุนแรง เพราะอาจเกิดอาการบาดเจ็บได้
ที่มา : women.sanook.com
ประจำเดือนแบบไหนที่ควรตกใจ
ประจำเดือนเป็นเรื่องใกล้ตัวสาวๆทุกคน แต่ก็ใช่ว่าเราจะรู้เรื่องนี้กันดีนัก พอเกิดอาการผิดแผกแตกต่างจากเดือนก่อนๆขึ้นมา สาวๆก็ตกใจแทบสิ้นสติ มาเรียนรู้เรื่องประจำเดือนกันเถอะ

วิธีสังเกตประจำเดือนผิดปกติแบบง่ายๆ
ขั้นแรกให้ลองเปรียบเทียบกับประจำเดือนปกติ ซึ่งมีลักษณะดังนี้
1. ระยะเวลาเลือดประจำเดือนออกจะอยู่ในราว 4 – 6 วัน หากนานกว่า 7 วันถือว่าผิดปกติแล้ว
2. ปริมาณเลือดประจำเดือนในแต่ละเดือนประมาณ 30 มล.ขึ้นไป แต่ถ้ามากกว่า 80 มล. ถือว่าผิดปกติ
3. ระยะห่างระหว่างประจำเดือนจะมีเวลาประมาณ 24 – 35 วัน
หากมีลักษณะของประจำเดือนผิดไปจากที่กล่าวมา ข้างต้น เช่น มีปริมาณมากกว่าปกติ, รอบของประจำเดือนมีระยะเร็วกว่า 24 วัน หรือช้ากว่า 35 วัน, มีประจำเดือนมากและนาน หรือมีไม่เสมอต้นเสมอปลาย ก็ให้ถือว่าเข้าข่ายประจำเดือนมาไม่ปกติแล้ว
สาเหตุและการรักษา สาเหตุที่ทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติมีอยู่ 2 ประเภทคือ ประเภทแรกเป็นความผิดปกติจากการสร้างฮอร์โมนของรังไข่และเยื่อบุโพรงมดลูก หรือเป็นโรคบางอย่างเกี่ยวกับสมองที่มีหน้าที่ควบคุมการทำงานของรังไข่ ส่วนประเภทที่สองมีสาเหตุมาจากโรคเลือดบางชนิด ที่เมื่อเป็นแล้วจะมีอาการเลือดแข็งตัวช้า หยุดไหลได้ยาก หรือโรคที่เกิดจากการติดเชื้อบางอย่างในโพรงมดลูก ส่วนวิธีรักษานั้นขึ้นอยู่กับสาเหตุของความผิดปกติ หมออาจจะรักษาด้วยยา ฮอร์โมน หรือวิธีอื่นๆ ตามแต่กรณี read more
โรคบ้างาน ภัยเงียบ! ของคนวัยทำงาน

ท่ามกลางการแข่งขันของสังคมไทยในยุคปัจจุบันทำให้คนเราต้องทำงาน หนักมากขึ้น เพื่อให้มีรายได้ที่พอเพียงสำหรับการเลี้ยงดูครอบครัว โดยเฉพาะในกลุ่มคนทำงานที่เพิ่งก่อร่างสร้างตัวหรือสร้างครอบครัวใหม่บางคน ถึงกบต้องทำงานหนักเพิ่มขึ้นเป็นหลายเท่าตัว เพราะมีความต้องการสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น บ้าน รถ ฯลฯ และจากการทำงานที่หนักขึ้นอาจกำลังเป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพกายและใจได้โดยไม่ รู้ตัวจนส่งผลให้บุคคลนั้นมีอาการของ “โรคบ้างาน”
โรคออฟฟิศซินโดรม หรือ โรคบ้างาน ปัจจุบันโรคนี้จะพบมากขึ้นในคนไทยซึ่งแต่เดิมที่จะพบแค่ในผู้ชายญี่ปุ่เท่า นั้นซึ่งเรียกว่าโรค Workaholic หรือโรคติดงาน
คนที่ชอบทำงานหนัก หากได้ยินชื่อโรคนี้อาจจะตื่นตระหนกได้ แต่ความจริงแล้วโรคออฟฟิศซินโดรมหรือบ้างานนี้ไม่ได้เป็นโรคร้ายแรงและน่า กลัวอย่างที่คิด เป็นแค่เพียงภาวะทางจิตอย่างหนึ่งเท่านั้นแต่ถ้าไม่ได้รับการดูแลอาจจะก่อ ให้เกิดโรคทางร่างกายตามมา read more
สุดยอดอาหาร…ป้องกันโรค

อาหารใช่แค่เพียงอร่อย แต่ยังช่วยดูแลสุขภาพคุณได้มากกว่าที่คิด และนี่คือสุดยอดอาหารสำหรับคุณ
You are What You Eat….. กินอย่างไรก็ได้ (สุขภาพ) อย่างนั้น ประโยคนี้ยังใช้ได้ผลเสมอโดยเฉพาะกับยุคนี้ที่มีอาหารปรุงแต่งมากมาย แต่ถึงอย่างไรก็คงสู้อาหารธรรมชาติไม่ได้หรอก หากเราสังเกตสุขภาพตัวเองและคนใกล้ตัวให้ดีละก็จะรู้ว่าอาหารมีผลต่อสุขภาพ จริงๆ เช่น คนที่รับประทานแต่พิซซ่า แฮมเบอร์เกอร์ มันฝรั่งทอด หรืออาหารฟาสต์ฟู๊ด เป็นประจำมักป่วยบ่อย แต่ถ้าใครที่รับประทานผักผลไม้ เนื้อสัตว์ และปลาอย่างสม่ำเสมอโดยมีความสมดุลกัน ก็จะช่วยให้ร่งกายแข็งแรง สุขภาพดี ดังนั้น ดร.เพเตอร์ ชไลเดอร์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการชาวเยอรมันจึงได้จัดลำดับอาหารที่มีประโยชน์ที่สุดต่ออวัยวะต่างๆในร่างกายดังนี้
ดวงตา
- สับปะรด มีเอนไซม์มากมายที่จะช่วยผ่อนคลายสายตาหลังนั่งทำงานมาทั้งวัน
- โรสแมริน ช่วยทำความสะอาดและช่วยให้เลือดไหลเวียนดีที่ดวงตา
- เก๋ากี้ มีกรดอะมิโน 18 ชนิด และแร่ธาตุที่สำคัญๆเช่น สังกะสี เหล็ก ทองแดง แคลเซียม เจอร์มาเนียม ซีลีเนียม และฟอสฟอรัส นอกจากนี้ยังมีสารแอนตี้ออกซิแดนต์ มากมายมีสรรพคุณในการช่วยบำรุงสายตา กล่อมประสาทให้หลับสบาย ช่วยลดอาการวิงเวียนศีรษะ หน้ามืดตาลาย สายตาไม่ดี โดยเฉพาะสายตาบอดในเวลากลางคืน ฯลฯ
สมอง
- ถั่ว Linsen มีโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และเลซิติน ให้พลังงานแก่เซลล์สมองถั่วลินเซ็นมีขายตามร้านขายอาหารอินเดียและเป็นอาหาร ที่ชาวเยอรมันและชาวสวิตเซอร์แลนด์นิยม นำทำมาเป็นซุปรับประทานกัน
- สัตว์ปีก ให้พลังงานแก่การทำงานของสมอง
- ข้าวโอ๊ต ให้พลังงานสูงที่สุดสำหรับสมอง นอกจากนี้ ยังมีกรดฟีนอลที่จะช่วยในเรื่องของความทรงจำที่ดีอีกด้วย
- อะโวคาโด มีวิตามินบีสูง เหมาะสำหรับคนที่มีความเครียด นอนไม่หลับหรือจิตใจว้าวุ่น
- กล้วย มีฮอร์โมนสำหรับเส้นประสาทในสมอง มีน้ำตาลกลูโคส วิตามิน และเกลือแร่ในการให้ พลังงานแก่สมอง
- แอพริคอต (Apricot) มีแร่ธาตุจำเป็น
ขอบคุณภาพประกอบ : Getty Images
ที่มา : women.sanook.com
บริจาคโลหิตกระตุ้นระบบไหลเวียน

เมื่อพูดถึงการบริจาคโลหิต หลายคนมักรู้สึกกังวลและยอมรับว่า ไม่กล้าบริจาค เพราะกลัวเจ็บ กลัวเข็ม กลัวเลือด บ้างก็มีความเข้าใจที่ผิด ๆ คิดว่า การบริจาคโลหิตอาจเป็นผลเสียต่อร่างกาย ซึ่งข้อเท็จจริงนั้นตรงกันข้าม กลับช่วยกระตุ้นให้ไขกระดูกผลิตเม็ดโลหิตใหม่ขึ้นมาทดแทน แถมยังส่งผลดีต่อระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้ดีขึ้น และร่างกายแข็งแรง
ส่วนข้อกังวลเรื่องโลหิตจางเพราะบริจาคโลหิตนั้น ควรทำความเข้าใจเสียใหม่ว่า การบริจาคในแต่ละครั้งจะใช้โลหิตเพียงร้อยละ 7 หรือ 350-400 ซี.ซี. ขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัว เพราะ ฉะนั้นโลหิตที่บริจาคออกไป ย่อมไม่ทำให้เกิดอันตราย เนื่องจากร่างกายจะใช้โลหิตเพียง 15-16 แก้วน้ำ จากทั้งหมดที่มีอยู่ในร่างกาย 17-18 แก้วน้ำ
การบริจาคโลหิตสามารถทำได้อย่างสม่ำเสมอทุก ๆ 3 เดือน และการบริจาคโลหิตเป็นประจำยังทำให้ผู้บริจาคได้รับการตรวจสุขภาพ ตรวจซิฟิลิส ตรวจไวรัสตับอักเสบบี และซี ตรวจเอดส์ รวมทั้งตรวจหมู่โลหิต แต่ที่สำคัญที่สุด คือ การได้ช่วยชีวิตผู้อื่นด้วยเลือดที่เราไม่ได้ใช้.
ที่มา : women.sanook.com
หายใจให้เต็มปอด

“ปอด” อวัยวะสำคัญในทรวงอกทั้งสองข้าง ที่ใครจะรู้บ้างว่า ปอดมีความสามารถบรรจุลมหายใจได้ถึง 2.5 ลิตร แต่ที่หายใจเข้า-ออกกันอยู่ทุกวันนี้ เราใส่ลมหายใจเข้าไปในปอดเพียง 500 ซีซีต่อครั้ง หรือใช้ความสามารถของปอดไปแค่ร้อยละ 20 เท่านั้น
เมื่อเป็นเช่นนั้นก็แสดงว่ากายหายใจเข้าเพื่อนำออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย และหายใจออกเพื่อนำคาร์บอนไดออกไซด์และแก๊สที่ร่างกายไม่ต้องการทิ้งไปก็ เกิดขึ้นแบบไม่เต็มประสิทธิภาพ ดังนั้นเราจึงควรฝึกการหายใจที่ถูกต้องเพื่อบริหารทางเดินหายใจ เพื่อปอดที่แข็งแรง ผ่อนคลายความตึงเครียด และบรรเทาอาการของโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจต่าง ๆ
เริ่มจากท่าที่ 1 นั่งในท่าสบาย กำมือขวา แล้วชูนิ้วหัวแม่มือและนิ้วก้อยออกมา ใช้นิ้วก้อยปิดรูจมูกซ้าย สูดหายใจเข้าทางรูจมูกขวาอย่างช้า ๆ จนอากาศเข้าไปเต็มปอด จากนั้นใช้นิ้วหัวแม่มือปิดรูจมูกขวา แล้วปล่อยนิ้วก้อยออกจากรูจมูกซ้าย หายใจออกทางรูจมูกซ้าย โดยเริ่มใหม่หายใจเข้าทางรูจมูกซ้ายช้า ๆ จนรู้สึกเต็มที่ แล้วใช้นิ้วก้อยปิดรูจมูกซ้าย ปล่อยนิ้วหัวแม่มือจากรูจมูกขวา หายใจออกทางรูจมูกขวา ทำซ้ำในลักษณะเดียวกันอย่างช้า ๆ นาน 3-5 นาที (ท่านี้เหมาะสำหรับคนที่เป็นโรคภูมิแพ้)
ต่อด้วยท่าที่ 2 นั่งในท่าสบาย หายใจเข้าช้า ๆ แล้วนับ 1-5 ก่อนกลั้นหายใจไว้นานเท่ากับนับ 1-10 และหายใจออกนับ 1-5 แล้วจึงพักนานเท่ากับนับ 1-5 แล้วเริ่มหายใจเข้าไปใหม่ ทำซ้ำในลักษณะเดียวกันนาน 3-5 นาที
จากนั้นเป็นท่าที่ 3 อยู่ในท่านั่งขัดสมาธิ ตัวตรง มือทั้งสองประสานไว้ด้านหลัง หายใจเข้าให้เต็มปอด พร้อม ๆ กับเอนไปทางด้านหลัง แล้วก้มตัวลงพร้อมหายใจออก ทำซ้ำในลักษณะเดียวกันนาน 3-5 นาที
สุดท้ายท่าที่ 4 นั่งในท่าสบาย สูดหายใจเข้าช้า ๆ จนท้องป่อง แล้วค่อยๆ หายใจออกช้า ๆ จนท้องแฟบ ทำซ้ำในลักษณะเดียวกันนาน 3-5 นาที
ที่สำคัญควรเปิดเพลงสบาย ๆ คลอระหว่างบริหารทางเดินหายใจ เพื่อสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย และช่วยกำหนดระยะเวลาของแต่ละท่า ( 1 เพลงนานเท่ากับ 1 ท่าบริหาร) แต่ไม่ควรทำอย่างเร่งรีบ เพราะอาจเกิดอาการหน้ามืดจนเป็นลมหมดสติ ส่วนสถานที่ที่เหมาะสมควรเป็นบริเวณใต้ต้นไม้ใหญ่ในสวน ในบรรยากาศอันร่มรื่น.
ที่มา : women.sanook.com
สาวกรุงงานรัดตัว ละเลยตรวจสุขภาพน้อยกว่าหญิงภาคอื่น

สสช.เผย ผลสำรวจอนามัยการเจริญพันธุ์หญิงไทยในปี 2552 พบสาว กทม. ละเลยการตรวจสุขภาพตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการตรวจเต้านม มะเร็งปากมดลูก น้อยกว่าภาคอื่นๆ เหตุชีวิตเร่งรีบ หน้าที่การงานรัดตัว
นางจีรา วรรณ บุญเพิ่ม ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) เปิดเผยว่า สสช.และกรมอนามัยร่วมสำรวจอนามัยการเจริญพันธุ์หญิงไทย ประจำปี 2552 พบว่าผู้หญิงในเขตเทศบาลแต่งงานช้ากว่าผู้หญิงที่อยู่นอกเขตเทศบาล ส่วนการตรวจหาก้อนที่เต้านมของหญิงอายุ 30- 59 ปี ในรอบปีที่ผ่านมามีเพียงร้อยละ 58.1 ซึ่งเป็นการตรวจด้วยตนเองร้อยละ 23.6 ตรวจโดยบุคลากรสาธารณสุขร้อยละ 20.3 และตรวจด้วยตนเองและบุคลากรสาธารณสุข ร้อยละ 14.2 เมื่อพิจารณาจำแนกตามเขตการปกครองและภาค พบว่า หญิงที่อาศัยในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเคยตรวจหาก้อนที่เต้านมใน รอบปีที่ผ่านมาสูงกว่าภาคอื่นๆ คือร้อยละ 64.9 และ 63.3 ตามลำดับ ส่วนภาคที่เคยตรวจน้อยที่สุด คือ กรุงเทพมหานคร ร้อยละ 47.4
ด้านการ ตรวจมะเร็งปากมดลูก หญิงอายุ 30 – 59 ปี ที่เคยตรวจมะเร็งปากมดลูกในรอบ 5 ปีที่ผ่านมามี ร้อยละ 60.2 หญิงที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ มีสัดส่วนที่เคยตรวจต่ำสุด ร้อยละ 44.4 ส่วนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีสัดส่วนใกล้เคียงกันและสูงกว่าภาคอื่นๆ คือร้อยละ 69.0 และ 67.3 ตามลำดับ ทั้งนี้อาจเนื่องจากการรณรงค์ในการตรวจมะเร็งระบบสืบพันธุ์ผ่านทางอาสาสมัคร สาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ และสถานพยาบาลในพื้นที่นอกเขตเทศบาล สามารถเข้าถึงครัวเรือนหรือกลุ่มเป้าหมายได้มากกว่าในเขตเทศบาล โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ผู้หญิงมีการทำงานหรือดำเนินชีวิตอยู่นอกครัวเรือนและเร่งรีบ โอกาสในการเข้าถึงบริการตรวจมะเร็งระบบสืบพันธุ์โดยบุคลากรสาธารณสุข มีน้อยกว่าหญิงที่อยู่ในภาคอื่น
ที่มา : women.sanook.com
ตำรับอาหารไทยเพื่อสุขภาพ
ตำรับอาหารไทยเพื่อสุขภาพ
ตำรับอาหารไทยที่จะแนะนำในวันนี้มีอยู่ 3 ตำรับคือ ข้าวยำ ห่อหมกปลา และแกงป่า โดยในความเป็นจริงแล้วยังมีตำรับอาหารไทยอื่นๆ อีกมากมาย ที่มีคุณค่าและประโยชน์ต่อสุขภาพของเรา
ห่อหมกปลา
เป็นอาหารไทยที่ให้พลังงานสูงแต่ให้โปรตีนและไขมันน้อย เป็นอาหารที่ให้ธาตุแคลเซียมสูงเป็นพิเศษ ประกอบด้วย เครื่องปรุงสมุนไพรหลายชนิดที่ช่วยให้มีคุณค่าอาหารสูง สรรพคุณทางยาของห่อหมกปลาส่วนใหญ่มาจากเครื่องปรุงสมุนไพร เช่น กระชาย กระเทียม ใบยอ ข่า ตระไคร้ โหระพา พริก รากผักชี ทำให้เป็นอาหารที่บำรุงธาตุ บำรุงกระดูก เจริญอาหาร ขับลม ขับเหงื่อแก้จุกเสียด ช่วยลดความดันโลหิตสูง
ทางด้านภูมิปัญญานั้น คือ เป็นการนำเอาเครื่องปรุงสมุนไพรหลากรสมารวมกับกะทิและเนื้อปลา กลายเป็นยาในรูปแบบของอาหารที่มีคุณค่าสูง และยังมีศิลปะในการนำใบตองมาห่อแทนการใช้ภาชนะ เพิ่มกลิ่นรส ร่วมกับใบยออ่อนที่ใช้รอง เป็นการผสมผสานการใช้ประโยชน์จากธรรมชาติโดยแท้จริง
หมวดหมู่เนื้อหา
- notebook
- Printer
- Soccer shirt
- กระเป๋าแฟชั่น
- กล้องดิจิตอล
- การ์ตูน
- กีฬา
- ของที่ระลึก
- คอมพิวเตอร์
- ตุ๊กตา
- ท่องเที่ยว
- บ้าน ที่อยู่อาศัย
- รองเท้าแฟชั่น
- ร้านค้าออนไลน์
- วิกผม
- สัตว์เลี้ยง
- สุขภาพ
- หนังสือ
- เกมส์
- เครื่องสำอาง
- เฟอร์นิเจอร์
- เสื้อผ้าคนอ้วน
- เสื้อผ้าแฟชั่น
- แม่และเด็ก
- โทรศัพท์มือถือ
Blogroll
- berrycandyshop
- soccer shirt
- ขายถุงยางอนามัย
- ร้านค้าออนไลน์
- ลงประกาศฟรี
- เกมส์
- เพลงเพื่อชีวิต
- เว็บไซต์สำเร็จรูป
- เสื้อผ้าคนอ้วน
- เสื้อผ้าแฟชั่น

admin
