หายใจให้เต็มปอด

“ปอด” อวัยวะสำคัญในทรวงอกทั้งสองข้าง ที่ใครจะรู้บ้างว่า ปอดมีความสามารถบรรจุลมหายใจได้ถึง 2.5 ลิตร แต่ที่หายใจเข้า-ออกกันอยู่ทุกวันนี้ เราใส่ลมหายใจเข้าไปในปอดเพียง 500 ซีซีต่อครั้ง หรือใช้ความสามารถของปอดไปแค่ร้อยละ 20 เท่านั้น
เมื่อเป็นเช่นนั้นก็แสดงว่ากายหายใจเข้าเพื่อนำออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย และหายใจออกเพื่อนำคาร์บอนไดออกไซด์และแก๊สที่ร่างกายไม่ต้องการทิ้งไปก็ เกิดขึ้นแบบไม่เต็มประสิทธิภาพ ดังนั้นเราจึงควรฝึกการหายใจที่ถูกต้องเพื่อบริหารทางเดินหายใจ เพื่อปอดที่แข็งแรง ผ่อนคลายความตึงเครียด และบรรเทาอาการของโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจต่าง ๆ
เริ่มจากท่าที่ 1 นั่งในท่าสบาย กำมือขวา แล้วชูนิ้วหัวแม่มือและนิ้วก้อยออกมา ใช้นิ้วก้อยปิดรูจมูกซ้าย สูดหายใจเข้าทางรูจมูกขวาอย่างช้า ๆ จนอากาศเข้าไปเต็มปอด จากนั้นใช้นิ้วหัวแม่มือปิดรูจมูกขวา แล้วปล่อยนิ้วก้อยออกจากรูจมูกซ้าย หายใจออกทางรูจมูกซ้าย โดยเริ่มใหม่หายใจเข้าทางรูจมูกซ้ายช้า ๆ จนรู้สึกเต็มที่ แล้วใช้นิ้วก้อยปิดรูจมูกซ้าย ปล่อยนิ้วหัวแม่มือจากรูจมูกขวา หายใจออกทางรูจมูกขวา ทำซ้ำในลักษณะเดียวกันอย่างช้า ๆ นาน 3-5 นาที (ท่านี้เหมาะสำหรับคนที่เป็นโรคภูมิแพ้)
ต่อด้วยท่าที่ 2 นั่งในท่าสบาย หายใจเข้าช้า ๆ แล้วนับ 1-5 ก่อนกลั้นหายใจไว้นานเท่ากับนับ 1-10 และหายใจออกนับ 1-5 แล้วจึงพักนานเท่ากับนับ 1-5 แล้วเริ่มหายใจเข้าไปใหม่ ทำซ้ำในลักษณะเดียวกันนาน 3-5 นาที
จากนั้นเป็นท่าที่ 3 อยู่ในท่านั่งขัดสมาธิ ตัวตรง มือทั้งสองประสานไว้ด้านหลัง หายใจเข้าให้เต็มปอด พร้อม ๆ กับเอนไปทางด้านหลัง แล้วก้มตัวลงพร้อมหายใจออก ทำซ้ำในลักษณะเดียวกันนาน 3-5 นาที
สุดท้ายท่าที่ 4 นั่งในท่าสบาย สูดหายใจเข้าช้า ๆ จนท้องป่อง แล้วค่อยๆ หายใจออกช้า ๆ จนท้องแฟบ ทำซ้ำในลักษณะเดียวกันนาน 3-5 นาที
ที่สำคัญควรเปิดเพลงสบาย ๆ คลอระหว่างบริหารทางเดินหายใจ เพื่อสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย และช่วยกำหนดระยะเวลาของแต่ละท่า ( 1 เพลงนานเท่ากับ 1 ท่าบริหาร) แต่ไม่ควรทำอย่างเร่งรีบ เพราะอาจเกิดอาการหน้ามืดจนเป็นลมหมดสติ ส่วนสถานที่ที่เหมาะสมควรเป็นบริเวณใต้ต้นไม้ใหญ่ในสวน ในบรรยากาศอันร่มรื่น.
ที่มา : women.sanook.com
สาวกรุงงานรัดตัว ละเลยตรวจสุขภาพน้อยกว่าหญิงภาคอื่น

สสช.เผย ผลสำรวจอนามัยการเจริญพันธุ์หญิงไทยในปี 2552 พบสาว กทม. ละเลยการตรวจสุขภาพตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการตรวจเต้านม มะเร็งปากมดลูก น้อยกว่าภาคอื่นๆ เหตุชีวิตเร่งรีบ หน้าที่การงานรัดตัว
นางจีรา วรรณ บุญเพิ่ม ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) เปิดเผยว่า สสช.และกรมอนามัยร่วมสำรวจอนามัยการเจริญพันธุ์หญิงไทย ประจำปี 2552 พบว่าผู้หญิงในเขตเทศบาลแต่งงานช้ากว่าผู้หญิงที่อยู่นอกเขตเทศบาล ส่วนการตรวจหาก้อนที่เต้านมของหญิงอายุ 30- 59 ปี ในรอบปีที่ผ่านมามีเพียงร้อยละ 58.1 ซึ่งเป็นการตรวจด้วยตนเองร้อยละ 23.6 ตรวจโดยบุคลากรสาธารณสุขร้อยละ 20.3 และตรวจด้วยตนเองและบุคลากรสาธารณสุข ร้อยละ 14.2 เมื่อพิจารณาจำแนกตามเขตการปกครองและภาค พบว่า หญิงที่อาศัยในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเคยตรวจหาก้อนที่เต้านมใน รอบปีที่ผ่านมาสูงกว่าภาคอื่นๆ คือร้อยละ 64.9 และ 63.3 ตามลำดับ ส่วนภาคที่เคยตรวจน้อยที่สุด คือ กรุงเทพมหานคร ร้อยละ 47.4
ด้านการ ตรวจมะเร็งปากมดลูก หญิงอายุ 30 – 59 ปี ที่เคยตรวจมะเร็งปากมดลูกในรอบ 5 ปีที่ผ่านมามี ร้อยละ 60.2 หญิงที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ มีสัดส่วนที่เคยตรวจต่ำสุด ร้อยละ 44.4 ส่วนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีสัดส่วนใกล้เคียงกันและสูงกว่าภาคอื่นๆ คือร้อยละ 69.0 และ 67.3 ตามลำดับ ทั้งนี้อาจเนื่องจากการรณรงค์ในการตรวจมะเร็งระบบสืบพันธุ์ผ่านทางอาสาสมัคร สาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ และสถานพยาบาลในพื้นที่นอกเขตเทศบาล สามารถเข้าถึงครัวเรือนหรือกลุ่มเป้าหมายได้มากกว่าในเขตเทศบาล โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ผู้หญิงมีการทำงานหรือดำเนินชีวิตอยู่นอกครัวเรือนและเร่งรีบ โอกาสในการเข้าถึงบริการตรวจมะเร็งระบบสืบพันธุ์โดยบุคลากรสาธารณสุข มีน้อยกว่าหญิงที่อยู่ในภาคอื่น
ที่มา : women.sanook.com
ตำรับอาหารไทยเพื่อสุขภาพ
ตำรับอาหารไทยเพื่อสุขภาพ
ตำรับอาหารไทยที่จะแนะนำในวันนี้มีอยู่ 3 ตำรับคือ ข้าวยำ ห่อหมกปลา และแกงป่า โดยในความเป็นจริงแล้วยังมีตำรับอาหารไทยอื่นๆ อีกมากมาย ที่มีคุณค่าและประโยชน์ต่อสุขภาพของเรา
ห่อหมกปลา
เป็นอาหารไทยที่ให้พลังงานสูงแต่ให้โปรตีนและไขมันน้อย เป็นอาหารที่ให้ธาตุแคลเซียมสูงเป็นพิเศษ ประกอบด้วย เครื่องปรุงสมุนไพรหลายชนิดที่ช่วยให้มีคุณค่าอาหารสูง สรรพคุณทางยาของห่อหมกปลาส่วนใหญ่มาจากเครื่องปรุงสมุนไพร เช่น กระชาย กระเทียม ใบยอ ข่า ตระไคร้ โหระพา พริก รากผักชี ทำให้เป็นอาหารที่บำรุงธาตุ บำรุงกระดูก เจริญอาหาร ขับลม ขับเหงื่อแก้จุกเสียด ช่วยลดความดันโลหิตสูง
ทางด้านภูมิปัญญานั้น คือ เป็นการนำเอาเครื่องปรุงสมุนไพรหลากรสมารวมกับกะทิและเนื้อปลา กลายเป็นยาในรูปแบบของอาหารที่มีคุณค่าสูง และยังมีศิลปะในการนำใบตองมาห่อแทนการใช้ภาชนะ เพิ่มกลิ่นรส ร่วมกับใบยออ่อนที่ใช้รอง เป็นการผสมผสานการใช้ประโยชน์จากธรรมชาติโดยแท้จริง
หมวดหมู่เนื้อหา
- English Test Articles
- Natural Weight Loss Supplements Articles
- notebook
- Printer
- Soccer shirt
- Symptoms Of Migraine Articles
- กระเป๋าแฟชั่น
- กล้องดิจิตอล
- การ์ตูน
- กีฬา
- ของที่ระลึก
- คอมพิวเตอร์
- ตุ๊กตา
- ทัวร์จีน
- ทัวร์เกาหลี
- ท่องเที่ยว
- บ้าน ที่อยู่อาศัย
- รองเท้าแฟชั่น
- รับทํา seo
- ร้านค้าออนไลน์
- วิกผม
- สตูดิโอแต่งงาน
- สัตว์เลี้ยง
- สุขภาพ
- หนังสือ
- เกมส์
- เครื่องสำอาง
- เฟอร์นิเจอร์
- เสื้อผ้าคนอ้วน
- เสื้อผ้าแฟชั่น
- เอนไซม์เจนิฟู้ด
- แม่และเด็ก
- โทรศัพท์มือถือ
Blogroll
- berrycandyshop
- soccer shirt
- รับทํา seo
- ร้านค้าออนไลน์
- ออกแบบเว็บไซต์ราคาถูก
- เว็บไซต์สำเร็จรูป
- เสื้อผ้าคนอ้วน
- เสื้อผ้าแฟชั่น
- โปรโมทเว็บไซต์

admin
